ทำความเข้าใจ SPF: ค่า SPF 50+ หมายความว่าอย่างไร และควรเลือกอย่างไร?
By Dr.Jart+ Skincare | Published: 2026-07-31
Category: Industry News
เรียนรู้ว่าค่า SPF 50+ หมายถึงอะไรจริงๆ วิทยาศาสตร์ของครีมกันแดดทำงานอย่างไร และวิธีเลือก SPF ที่เหมาะสมกับผิวของคุณกับ Dr.Jart+
การปกป้องผิวจากแสงแดดคือรากฐานสำคัญของทุกขั้นตอนการดูแลผิว แต่หลายคนยังคงสับสนกับตัวเลขบนขวดครีมกันแดด SPF 50+ หมายความว่าอะไร? ค่ายิ่งสูงยิ่งดีเสมอไปหรือไม่? และจะเลือก SPF ที่เหมาะสมกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างไร? ในคู่มือนี้ เราจะอธิบายวิทยาศาสตร์เบื้องหลัง SPF อธิบายสิ่งที่ SPF 50+ มอบให้ และแบ่งปันเคล็ดลับเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบรู้
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในการดูแลผิวหรือผู้ที่ชื่นชอบการดูแลผิวเป็นอย่างดี การทำความเข้าใจ SPF เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการป้องกันผิวไหม้จากแดด ผิวแก่ก่อนวัย และแม้กระทั่งมะเร็งผิวหนัง มาดำดิ่งสู่โลกของวิทยาศาสตร์ครีมกันแดดและไขความเข้าใจผิดทั้งหมดให้กระจ่างกันเถอะ
SPF หมายถึงอะไร? พื้นฐานของค่า Sun Protection Factor
SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor คือค่าที่วัดว่าครีมกันแดดปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้ดีเพียงใด ซึ่งเป็นรังสีชนิดที่ทำให้เกิดผิวไหม้และมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ตัวเลขนี้บ่งบอกว่าคุณสามารถอยู่กลางแดดได้นานเท่าใดโดยไม่ไหม้ เมื่อเทียบกับการไม่ทาครีมกันแดด ตัวอย่างเช่น SPF 30 หมายความว่าคุณสามารถอยู่กลางแดดได้นานขึ้น 30 เท่าเมื่อเทียบกับการไม่ปกป้อง แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณการคร่าวๆ และขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพผิว เหงื่อ และปริมาณที่ทา
ในความเป็นจริง SPF เกี่ยวข้องกับเปอร์เซ็นต์ของรังสี UVB ที่ถูกบล็อกมากกว่า SPF 15 บล็อกได้ประมาณ 93% ของรังสี UVB, SPF 30 บล็อกได้ประมาณ 97% และ SPF 50 บล็อกได้ประมาณ 98% SPF 50+ (มักระบุเป็น SPF 50 หรือสูงกว่า) บล็อกได้ประมาณ 98% ถึง 99% ของรังสี UVB ไม่มีครีมกันแดดใดที่บล็อกได้ 100% ดังนั้นการทาซ้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ
- SPF วัดการปกป้องจากรังสี UVB ไม่ใช่ UVA
- SPF ที่สูงขึ้นให้การปกป้องที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ไม่มีครีมกันแดดใดที่มีประสิทธิภาพ 100%
- ควรทาครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอเสมอ – ประมาณขนาดแก้วชอตสำหรับทั้งตัว และขนาดเท่าเหรียญสำหรับใบหน้า
อธิบาย SPF 50+: ความแตกต่างที่แท้จริงคืออะไร?
คุณอาจสงสัยว่า SPF 50+ คุ้มค่ากว่า SPF 30 หรือไม่ ความแตกต่างในการปกป้องมีเพียงเล็กน้อย – SPF 30 บล็อกได้ 97% ของรังสี UVB ในขณะที่ SPF 50 บล็อกได้ 98% อย่างไรก็ตาม ความแตกต่าง 1% นั้นอาจมีความสำคัญสำหรับผู้ที่มีผิวขาว มีประวัติผิวไหม้จากแดด หรือผู้ที่ใช้เวลากลางแจ้งเป็นเวลานาน SPF 50+ ยังให้ความปลอดภัยเพิ่มเติมหากคุณทาไม่เพียงพอหรือลืมทาซ้ำ
สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือ SPF วัดเฉพาะการปกป้องจากรังสี UVB เท่านั้น เพื่อปกป้องจากรังสี UVA (ซึ่งทำให้เกิดผิวแก่ก่อนวัย) ให้มองหาคำว่า 'broad-spectrum' บนฉลาก ครีมกันแดด Dr.Jart+ เช่น Every Sun Day Fluid Korean Sunscreen SPF 50+ for Face เป็นแบบ broad-spectrum ให้การปกป้องที่สมดุล สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย Every Sun Day Mineral Korean Sunscreen SPF 50+ for Face with Zinc Oxide ให้การปกป้องแบบกายภาพที่เกาะบนผิวและสะท้อนรังสี UV
- SPF 50+ บล็อกได้ประมาณ 98% ของรังสี UVB ให้การปกป้องมากกว่า SPF 30 เล็กน้อย
- ครีมกันแดดแบบ broad-spectrum ปกป้องทั้งรังสี UVA และ UVB
- ครีมกันแดดแบบแร่ที่มีซิงค์ออกไซด์เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย
วิทยาศาสตร์ครีมกันแดด: สารกรองแบบเคมีและแบบแร่ทำงานอย่างไร?
ครีมกันแดดใช้สารกรองหลักสองประเภท: แบบเคมีและแบบแร่ สารกรองแบบเคมี เช่น avobenzone และ octinoxate ดูดซับรังสี UV และเปลี่ยนเป็นความร้อน ซึ่งจะถูกปล่อยออกจากผิวหนัง มักมีเนื้อบางเบาและเกลี่ยง่าย จึงเป็นที่นิยมสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน สารกรองแบบแร่ เช่น ซิงค์ออกไซด์และไทเทเนียมไดออกไซด์ จะเกาะบนผิวและบล็อกหรือกระจายรังสี UV ทางกายภาพ มีโอกาสระคายเคืองผิวแพ้ง่ายน้อยกว่า และถือว่าปลอดภัยต่อแนวปะการัง
Dr.Jart+ มีทั้งสองประเภทเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน Every Sun Day Fluid Korean Sunscreen SPF 50+ for Face เป็นครีมกันแดดแบบเคมีที่มีเนื้อบางเบา คล้ายน้ำ เกลี่ยง่าย และเข้ากับเครื่องสำอางได้ดี หากคุณชอบแบบแร่ Every Sun Day Mineral Korean Sunscreen SPF 50+ for Face with Zinc Oxide ให้การปกป้องแบบ broad-spectrum ที่อ่อนโยนโดยไม่ทิ้งคราบขาว การทำความเข้าใจว่าสารกรองเหล่านี้ทำงานอย่างไรจะช่วยให้คุณเลือกสูตรที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความชอบของคุณ
- ครีมกันแดดแบบเคมีดูดซับรังสี UV; แบบแร่สะท้อนรังสี UV
- ครีมกันแดดแบบแร่มักเหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่เป็นสิวง่าย
- เลือกครีมกันแดดที่ให้ความรู้สึกสบายผิว เพื่อให้คุณทาได้ทุกวัน
วิธีเลือก SPF ที่เหมาะสมกับผิวของคุณ
การเลือก SPF ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพผิว กิจกรรม และกิจวัตรประจำวันของคุณ สำหรับการใช้ในร่มทุกวัน SPF 30 ก็เพียงพอ แต่หากคุณใช้เวลาอยู่ใกล้หน้าต่างหรือขับรถบ่อยๆ SPF 50+ จะให้การปกป้องเป็นพิเศษ สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ว่ายน้ำ หรือเหงื่อออก ควรเลือก SPF 50+ ที่กันน้ำและทาซ้ำทุกสองชั่วโมง หากคุณมีผิวมันหรือเป็นสิวง่าย ให้มองหาสูตรที่บางเบาและไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ผิวแห้งจะได้ประโยชน์จากครีมกันแดดที่ให้ความชุ่มชื้นซึ่งทำหน้าที่เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ไปในตัว
Dr.Jart+ มีผลิตภัณฑ์ SPF ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน สำหรับตัวเลือกที่อเนกประสงค์ Every Sun Day Fluid Korean Sunscreen SPF 50+ for Face เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระชับผิว Prejuvenation Firming Bakuchiol Korean Face Cream Moisturizer for Slow Aging with Collagen Peptide มีส่วนผสมของ SPF และ bakuchiol ซึ่งเป็นทางเลือกที่อ่อนโยนต่อเรตินอล เหมาะสำหรับกิจวัตรการดูแลผิวต่อต้านวัย อย่าลืมว่าครีมกันแดดที่ดีที่สุดคือตัวที่คุณจะใช้ทุกวันจริงๆ

- สำหรับการใช้ในร่มทุกวัน SPF 30 ก็เพียงพอ; สำหรับกลางแจ้ง SPF 50+ ดีกว่า
- ทาซ้ำทุกสองชั่วโมง หรือบ่อยขึ้นหากว่ายน้ำหรือเหงื่อออก
- พิจารณาสภาพผิวของคุณ: ผิวมัน แห้ง แพ้ง่าย – เลือกให้เหมาะสม
การทำความเข้าใจ SPF เป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องผิวของคุณจากความเสียหายจากแสงแดดและผิวแก่ก่อนวัย ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า SPF 50+ หมายความว่าอย่างไรและวิธีเลือก คุณสามารถเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างมั่นใจ สำรวจ Every Sun Day Fluid Korean Sunscreen SPF 50+ for Face สำหรับตัวเลือกที่บางเบาและใช้ได้ทุกวัน ให้การปกป้องแบบ broad-spectrum โดยไม่ทำให้รู้สึกหนักผิว



